myRSS by MyReadyWeb.com http://www.myreadyweb.com/ ข้อมูลล่าสุดของบทความ en-us ฟรี!! เว็บสำเร็จรูป สร้างเว็บ ทําเว็บ สร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ รับทําเว็บไซต์ ทำเว็บ การสร้างเว็บไซต์ http://www.myreadyweb.com/ http://www.myreadyweb.com/images/front/logo-print.jpg 240 66 ทําเว็บ สร้างเว็บ ด้วยสุดยอดระบบ เว็บสำเร็จรูป การสร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ จะเป็นเรื่องง่ายๆ ฟรี สร้างเว็บ ทำเว็บ สร้างเว็บไซต์ ที่ MyReadyWeb.com ประโยชน์ชั้นเลิศของอ่างสปา http://alldreamsdecor.com/article/topic-65982.html รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ #อ่างสปา #สระสปา #อ่างจากุซชี่ ไม่มีไว้เป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ ของการได้พักผ่อนผ่อนคลายของคุณเพียงอย่างเดียว <strong>มันช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย</strong> คลายความเมื่อยล้า และช่วยให้คนนอนหลับยากหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย #อ่างสปา #รักษาสุขภาพ และความสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี<br /> <br /> <img alt="" src="http://alldreamsdecor.com/storage_upload/13/62368/uploads/images/Do%20you%20really%20know%20your%20hot%20tub.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /><br /> สปา แปลว่า มาจากภาษาลาตินว่า 'Sanus Per Aquam' หรือ 'Sanitas Per Qqusa' ซึ่งแปลได้ใจความว่า&nbsp;<strong>สุขภาพ</strong>จากสายน้ำ การบำบัดด้วยน้ำ หรือการดูแล<strong>สุขภาพ</strong>โดยการใช้น้ำ<br /> <br /> ในความหมาย ปัจจุบัน <strong><u>สปา'</u></strong><strong>&nbsp;คือสถานที่อำนวยความสะดวกและทุ่มเทให้กับทางด้านการบำบัดทั้งกายภาพ จิตใจและอารมณ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ผาสุข&nbsp;<u>สปา</u>ต้องใช้น้ำในแง่ของการรักษาและบำบัด&nbsp;<u>สปา</u>มีพื้นฐานมาจากการใช้ประโยชน์ของวิตามินและแร่ธาตุจากธรรมชาติ&nbsp;<u>สปา</u>ร่วมสมัยยังให้การบรรเทาอาการบาดเจ็บจากอาการต่างๆ ผ่อนคลายความตึงเครียด ให้การดูแลและทะนุถนอมทั้งความงามทางร่างกายและอารมณ์ ความรู้สึก<br /> <br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<img alt="" src="http://alldreamsdecor.com/storage_upload/13/62368/uploads/images/Button%20Bathtub%20outdoor%20.jpg" style="width: 300px; height: 300px;" /></strong><br /> ดังนั้น #<strong>อ่างสปา </strong>#<strong>สระสปา</strong> หากเราใช้บำบัดแล้ว ด้วยอุณภูมิความร้อนที่พอดี ที่จะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย ความดันและแรงเสียดทานของน้ำที่พอดีประดุจการนวดอย่างนุ่มนวลและพอดี ไม่ทำให้เกิดการอักเสบหรือเจ็บปวดหลังจากนวด กลิ่นหอมของอโรม่าที่ทำให้สมองให้รับรู้และผ่อนคลายที่สูงสุด ต่างๆเหล่านี้ เป็นการบำบัดสุขภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ และความสุข ได้อย่างสมดุล &nbsp;เป็นการบำบัดสุขภาพร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่ง<br /> <br /> <strong>อ่างสปา </strong><strong>Like Heaven</strong> สนับสนุนให้คุณมีสุขภาพที่ดี Thu, 25 Jan 2018 12:28:00 +0700 เทคลดความเสี่ยงการเข้าห้องน้ำสาธารณะ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59370.html <strong>เทคนิคลดเสี่ยงติดเชื้อโรคจากห้องน้ำสาธารณะ </strong><br /> ที่มา : โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่มีความร้อนและความชื้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคจำนวนมาก พบว่าอุณหภูมิโดยทั่วไปของ<strong>ห้องน้ำในออฟฟิศ และอาคารต่าง ๆ ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ </strong><strong>28-30 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 65-75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด</strong>&nbsp;ถ้าเข้าไปใช้แล้วไม่ดูแลความสะอาดของมือหรือผิวหนังที่อาจไปสัมผัสกับเชื้อที่ติดอยู่ในห้องน้ำ อาจทำให้เกิดการติดโรคได้&nbsp;<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่การจะหลีกเลี่ยงไม่ใช้ห้องน้ำสาธารณะเลยก็เป็นเรื่องลำบาก เพราะคนทำงานส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ออฟฟิศหรืออยู่นอกบ้านวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้คุณเข้าห้องน้ำได้อย่างสบายใจและปลอดภัย เราจึงมีเทคนิคการเข้าห้องน้ำสาธารณะมาฝากกัน<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. เลือกห้องน้ำที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ซึ่งมักจะเป็นห้องน้ำที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งพลุกพล่าน เช่น ห้องน้ำในออฟฟิศชั้นที่มีพนักงานน้อย ๆ เป็นต้น<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2. เลือกห้องน้ำที่โถชักโครกดูสะอาดที่สุด หลีกเลี่ยงฝารองนั่งที่เปียกชื้น</strong>&nbsp;และห้องที่ยังเห็นสิ่งปฏิกูลของผู้อื่นค้างอยู่ รวมถึงห้องที่มองเห็นผ้าอนามัยที่ไม่ได้ห่อทิ้งให้เรียบร้อย หรือไม่ได้อยู่ในถังที่มีฝาปิด<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3. ใช้กระดาษชำระจับลูกบิดหรือกลอนประตูก่อนเปิด เพราะลูกบิดหรือกลอนจากด้านในห้องน้ำมักจะสกปรกกว่าเปิดจากด้านนอกห้องน้ำ เมื่อออกมาแล้วควรทิ้งกระดาษชำระชิ้นที่ใช้เปิดลูกบิดประตู ไม่ควรนำมาเช็ดมือต่อ<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;4. เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรปิดฝาก่อนกดชักโครก เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในอากาศที่อาจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ แต่ถ้าไม่มีฝาปิด ก็ควรหันหน้าไปทางอื่น และรีบออกจากห้องน้ำ ที่สำคัญ ก่อนกดชักโครกควรนำกระดาษมารองที่ปุ่มชักโครกก่อนกดแล้วทิ้งลงถังขยะ<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>5. ควรใช้แอลกอฮอล์แบบพกติดตัวฉีดฝารองนั่ง แล้วใช้กระดาษชำระเช็ดบริเวณฝารองนั่งให้สะอาดถึงแม้จะดูเหมือนสะอาดอยู่แล้วก็ตาม&nbsp;</strong>หรือใช้กระดาษชำระมารองก่อนนั่งก็ได้ แต่ถ้ายังกังวลไม่อยากให้ก้นสัมผัสกับฝารองนั่ง ก็ควรใช้วิธีย่อขาเหมือนกำลังจะนั่งยอง ยกก้นให้อยู่เหนือโถรองนั่งประมาณ 6 นิ้ว ควรถอดกางเกงลงมาแค่ระหว่างเข่ากับเท้า ระวังไม่ให้ลงมากองที่พื้นห้องน้ำ<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;6. หลังเข้าห้องน้ำควรล้างมือทุกครั้ง โดยล้างให้ถูกต้องตามหลักวิธีการล้างมือที่ต้องล้างทุกนิ้ว ซอกนิ้ว ฝ่ามือ และหลังมือ แล้วเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษที่เตรียมไว้ หรือถ้าเป็นผ้าเช็ดมือที่ดึงลงมาจากเครื่อง ควรดูให้แน่ใจก่อนใช้ว่าผ้านั้นสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเป่ามือแบบร้อน เพราะความร้อนและความชื้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนพื้นห้องน้ำเจริญเติบโตได้ดีมาก<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7. สุดท้ายก่อนออกจากห้องน้ำควรใช้กระดาษเช็ดมือหมุนลูกบิดประตู เพราะคนที่ใช้ห้องน้ำก่อนหน้าคุณเขาอาจจะไม่ได้ล้างมือก็ได้<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การใช้กระดาษชำระจับลูกบิด กลอนประตู ปุ่มกดชักโครกอาจอาจฟังดูวุ่นวาย และถ้าไม่สะดวกอาจใช้วิธีล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังออกจากสุขา</strong>&nbsp;เพราะการขัดและถูด้วยสบู่ล้างมือด้วยวิธีที่ถูกต้อง สามารถทำให้เชื้อแบคทีเรียบนมือลดลงได้ และสามารถลดการติดเชื้อได้ถึงหนึ่งในสามของการเกิดโรคทีเดียว<br /> &nbsp; Thu, 01 Oct 2015 09:49:00 +0700 เข้าห้องน้ำสาธารณะยังไงให้ปลอดภัย http://alldreamsdecor.com/article/topic-59369.html <strong>เข้าห้องน้ำสาธารณะให้ปลอดภัย (</strong><strong>Modern Mom)</strong><br /> <br /> &nbsp;เป็นที่รู้กันว่า ห้องน้ำสาธารณะเป็นสถานที่ที่มีผู้คนมาใช้บริการจำนวนมากต่อวัน เพราะฉะนั้น จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคจำนวนมาก แล้วหากคุณจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะ จะทำอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากเชื้อโรคเหล่านั้นได้<br /> <br /> &nbsp;<strong>แหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นยอด</strong><br /> <br /> &nbsp;อย่างที่รู้กันดีว่า ห้องน้ำเป็นที่ปลดปล่อยของเสียจากร่างกาย แน่นอนว่าภายในห้องน้ำย่อมมีเชื้อโรคอยู่มาก โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนไปใช้งาน ย่อมมีการแพร่กระจายของเชื้อโรคมากขึ้นด้วย Modern Mom มีคำยืนยันจาก พญ.อัญชุลี สิทธิเวช ผู้ชำนาญเฉพาะทางสูตินรีเวชาวิทยา และอนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลวิภาวดี ว่า<br /> &nbsp;&nbsp;<strong>'ห้องน้ำสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ โรงพยาบาล หรือปั๊มน้ำมัน ในแต่ละวันมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ห้องน้ำสาธารณะหลายแห่งขาดความสะอาด ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค</strong>&nbsp;แม้บางที่จะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่บ้างก็ตาม แต่เพราะเป็นห้องน้ำที่มีผู้คนมาใช้บริการมากหน้าหลายตา ทำให้ผู้มาใช้บริการทีหลังไม่มีโอกาสรู้เลยว่า คนที่มาใช้บริการก่อนหน้าเรานี้มีเชื้อโรคอะไรอยู่ในร่างกายบ้าง หรือใช้ห้องสะอาดเพียงใด และเป็นสาเหตุให้มีโอกาสติดเชื้อโรคจากต้องน้ำสาธารณะได้ โดยไม่รู้ตัว'<br /> &nbsp; คุณหมอยังบอกอีกว่า เชื้อโรคในห้องน้ำสาธารณะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ เชื้อโรคกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อหนองใน เชื้อเริม เป็นต้น ส่วนอีกกลุ่มเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น เชื้ออุจจาระร่วง เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ เป็นต้น<br /> เชื้อพวกนี้แฝงตัวอยู่ที่ไหน คำตอบคืออาจแฝงอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของห้องน้ำ เช่น ชักโครก อ่างล้างมือ หรือแม้กระทั่งลูกบิดประตู แต่โอกาสที่จะติดเชื้อพวกนี้จนทำให้เกิดโรค หรือเป็นอันตรายได้ ขึ้นอยู่กับว่าได้สัมผัสกับเชื้อในปริมาณที่มากพอหรือไม่ โดยเชื้อโรคจะซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังที่มีแผล หรือสัมผัสแล้วไปจับอาหารเข้าปาก ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ได้รับเชื้อโรคเต็ม ๆ &nbsp;นอกจากนี้ ห้องน้ำสาธารณะบางแห่งเมื่อเข้าไปใช้บริการแล้ว ยังไม่มีบริการกระดาษทิชชู ไม่มีน้ำราด น้ำไม่ไหล ฯลฯ ทำให้ผู้มาใช้ละเลยการทำความสะอาด&nbsp;<strong>ฉะนั้น หากจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะเวลาออกไปสถานที่ต่าง ๆ ก็ต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงมักจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรค จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะได้ง่ายกว่าผู้ชาย จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองและหาทางป้องกันให้ดีด้วย</strong><br /> <br /> &nbsp;<strong>เทคนิคใช้ห้องน้ำสาธารณะให้ปลอดภัย</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อจะเข้าห้องน้ำสาธารณะต้องนึกถึงเรื่องความสะอาดเป็นอันดับแรก แต่เราจะใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างไรให้ห่างไกลเชื้อโรคร้าย เรามีวิธีปฏิบัติง่าย ๆ มาฝากกัน</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่าสัมผัสโดยตรง</strong>&nbsp;ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำสาธารณะ ถ้าเป็นไปได้ควรให้ร่างกายสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ในห้องน้ำน้อยที่สุด เช่น เมื่อเปิดประตูเข้าไป อาจจะใช้ทิชชูวางบนลูกบิดแล้วหมุนเข้าไป เป็นต้น<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทำความสะอาดก่อนนั่ง</strong>&nbsp;ก่อนนั่งก็ควรทำความสะอาดที่นั่ง ด้วยกระดาษทิชชูแบบเปียกชนิดฆ่าเชื้อ หรือพกกระดาษรองนั่งไปปูบนฝาชักโครกก่อนทำธุระ และระวังอย่าให้แผ่นรองเปียกน้ำเด็ดขาด เพราะเชื้อโรคอาจจะแทรกซึมมากับน้ำได้<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ใช้เวลาน้อยที่สุด</strong>&nbsp;ไม่ต้องถึงขั้นจับเวลา แต่ควรใช้เวลาในการทำกิจธุระในห้องน้ำให้สั้นที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ชักโครก ควรเลือกดูห้องที่สะอาดที่สุด และหลังทำธุระเสร็จ ควรปิดฝาชักโครกก่อนกด เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายในอากาศ<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ไม่เหยียบโถส้วม</strong>&nbsp;หลายคนใช้บริการห้องน้ำสาธารณะผิดวิธี โดยใส่รองเท้าขึ้นไปนั่งบนฝารองนั่ง เพราะคิดว่าจะทำให้ไม่สัมผัสกับเชื้อโรค แต่จริง ๆ แล้ว ระหว่างที่ทำธุระอาจจะมีการกระเด็นของน้ำในโถ ซึ่งเป็นที่รวมเชื้อโรคมาเปื้อนได้มากกว่าการนั่งธรรมดา<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ไม่ตักน้ำที่เปิดไว้&nbsp;</strong>การใช้น้ำล้างทำความสะอาด ไม่แนะนำให้ตักในส่วนที่มีอยู่ในถังเดิมใช้ แต่ควรรองจากก๊อกโดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่สะสมอยู่ในถังน้ำ เพราะบางคนเอามือจุ่มล้างในถัง หากเป็นสายฉีดก็ควรฉีดน้ำให้ไหลทิ้งประมาณ 1 นาที เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปะปนบริเวณรอบ ๆ สายฉีดได้<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ล้างมือทุกครั้งหลังเสร็จธุระ</strong>&nbsp;เมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เชื้อโรคติดมากับมือของเรา ควรล้างมือให้สะอาด โดยเริ่มต้นล้างมือด้วยน้ำสะอาด และเริ่มล้างตั้งแต่มือแขนไปจนถึงข้อศอก ใช้มือแต่ละข้างถูบริเวณหลังมือของอีกข้างหนึ่ง แล้วถูฝ่ามือทั้งสองข้างขัดสิ่งสกปรกบริเวณซอกเล็บ ข้อนิ้วและง่ามมือ ล้างสบู่ออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือ หากไม่มีสบู่ ก็ใช้น้ำสะอาดล้างซ้ำหลาย ๆ ครั้ง<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การใช้ห้องน้ำสาธารณะ นอกจากจะต้องคำนึงถึงสุขอนามัยของตัวเองแล้ว เราควรคำนึงถึงความสะอาดสำหรับผู้ที่จะมาใช้ต่อด้วย</strong>&nbsp;เนื่องจากเชื้อโรคต่าง ๆ มีการพัฒนาสายพันธุ์มากมาย การใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างถูกต้องและระมัดระวัง ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เหล่านั้นได้ Thu, 01 Oct 2015 09:45:00 +0700 กระเบื้องที่เหมาะกะับห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59218.html <strong>วิธีเลือกกระเบื้องปูห้องน้ำ</strong><br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การเลือกพื้นปูห้องน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ห้องน้ำออกมาดูดี หรือไม่ดีได้&nbsp;&nbsp;ซึ่งการเลือกกระบื้องปูห้องน้ำเป็นส่วนหนึ่งที่คุณจะมองข้ามไปไม่ได้<br /> <strong>สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อต้องเลือกกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ</strong><br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. การเลือกกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำที่ดีควรเลือกที่มีสีทางโทนสีครีม เทาอ่อน หรือน้ำตาลอ่อน&nbsp; เนื่องจากเป็นสีที่เมื่อใช้งานจะสังเกตไม่เห็นคราบสกปรกต่างๆ ชัดเจน<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ขนาดของกระเบื้อง สามารถแบ่งได้ดังนี้<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.1. เปรียบเทียบจากการทำความสะอาด&nbsp; ขนาดของแผ่นกระเบื้องเราควรเลือกที่แผ่นใหญ่ อาจจะเป็นขนาด 12x24 หรือขนาด 24x24 เพราะยิ่งขนาดแผ่นใหญ่ร่องยาแนวซึ่งเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆจะลดลง<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.2. เปรียบเทียบจากการกันลื่น&nbsp; ส่วนนี้หากเจ้าของบ้านคำนึงถึงการกันลื่นเป็นสำคัญ&nbsp; แนะนำให้เลือกใช้กระเบื้องโมเสก(ที่ผลิตจากเซรามิกเท่านั้น ไม่ควรนำกระเบื้องโมเสกจากแก้วปูเนื่องจากหากกระเบื้องแตกอาจบาดเท้าเจ้าของบ้านได้)เพราะเป็นกระเบื้องที่มีร่องยาแนวมาก&nbsp; ส่วนของร่องยาแนวจะเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มความฝืดให้กับผู้ใช้งาน<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. สำหรับการเลือกผิวหน้าของกระเบื้องแนะนำให้เลือกชนิดที่ไม่ลื่นและไม่หยาบเกินไป&nbsp;&nbsp; เพราะเมื่อเวลาเท้าเปียกกระเบื้องที่หยาบมากๆอาจบาดเท้าเจ้าของบ้านได้ (ควรมีค่าความฝืดของกระเบื้องตั้งแต่ R9 - R13 ส่วนนี้สามารถสอบถามจากพนักงานได้)<br /> แนะนำเพิ่มเติมสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ&nbsp; ควรเลือกกระเบื้องที่มีผิวหน้าลักษณะเม็ดทรายเนื่องจากเป็นกระเบื้องที่ไม่หยาบและไม่ลื่น&nbsp; เหมาะสมกับการใช้งานของผู้สูงอายุ(การยกเท้าของผู้สูงอายุจะยกได้น้อยกว่าคนปกติ)&nbsp; หากเลือกกระเบื้องที่มีผิวหน้าหยาบมากอาจส่งผลให้เกิดการล้มได้<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. กระเบื้องผนัง ควรเป็นกระเบื้องที่มีผิวค่อนข้างมัน&nbsp; เนื่องจากสามารถทำความสะอาดได้ง่าย และควรปูไปจบที่ฝ้าเพดาน&nbsp; หรือที่ความสูงประมาณ 2 เมตร<br /> <strong>การเลือกพื้นปูห้องน้ำ</strong>&nbsp;จะแตกต่างออกไปจากการเลือกพื้นปูห้องครัว เนื่องจากว่าวัตถุประสงค์แตกต่างกัน จึงต้องใช้แนวคิดในการเลือกกระเบื้องที่ต่างกันด้วย&nbsp;&nbsp;เช่น ในห้องครัวเราจะต้องพื้นที่ใช้สอยที่สามารถใช้งานได้เยอะ และในห้องครัวกระเบื้องต่าง ๆ จะต้องมีความทนทานมากกว่า แต่สำหรับห้องน้ำแล้วคุณอาจใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป เช่นใช้หินอ่อนมาปูพื้นห้องน้ำให้เกิดความหรูหรามากยึ่งขึ้น เป็นต้น ซึ่งหากเราจะนำหินอ่อนมาปูพื้นห้องครัวก็อาจจะไม่เหมาะนัก&nbsp;ซึ่งในหลาย ๆ กรณีกระเบื้องปูห้องน้ำสามารถออกแบบให้เป็น custom หรือออกแบบตามใจเราได้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สะท้อนรสนิยมของคุณออกมา<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แน่นอนว่าการเลือกวัสดุที่ใช้ปูพื้น หรือผนังของห้องน้ำจะทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกที่สัมผัสได้ขึ้นมา หากคุณเลือกใช้วัสดุที่เป็น stainless-steel ก็จะมีความแข็งแรงทนทาน และดูสวยงามเป็นแนวรวมสมัยได้อย่างคาดไม่ถึง ยิ่งถ้าเป็นวัสดุที่มีคุณภาพดีก็จะใช้งานไปได้นานหลายปีเลยทีเดียว หากคุณเลือกใช้กระจก ห้องน้ำของคุณจะดูเป็น modern ขึ้นมาแต่ก็แน่ละว่ากระจกจะเกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย และกระจกมีราคาสูงอีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ากระจกที่คุณเลือกมาใช้เป็นอย่างไร มีคุณภาพหรือไม่<br /> <strong>กระเบื้องปูพื้นประเภทต่างๆ</strong><br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>แกรนิต</strong><br /> แกรนิตมีความแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นรอยง่าย และสวยงาม หากจะเปรียบเทียบแล้วหินแกรนิตที่ดีจะเหมือนรถโรยสลอยที่มีความสวยงามหรูหรา ทำให้ห้องน้ำของคุณดูมีระดับขึ้นมาได้ทันที ซึ่งมีบ้านมากมายหลายแบบที่เลือกใช้หินแกรนิตมาเป็นส่วนประกอบของห้องน้ำ มันมีความทนทานสูง และดูแลรักษาได้ง่ายกว่าหินที่ใช้เป็นวัสดุปูพื้นห้องน้ำตัวอื่น อย่างไรก็ตามหินแกรนิตอาจมีราคาสูงตามคุณภาพของมันด้วยเช่นกัน หากจะลดค่าใช้จ่ายในการใช้หินแกรนิตปูพื้น หรือผนังห้องน้ำลองเลือกกระเบื้องชิ้นที่ี่เล็กลง แทนที่จะเลือกกระเบื้องแกรนิตแผ่นใหญ่ ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้ แต่ถ้างบเยอะก็ไม่ต้องไปกังวล เลือกที่สวยถูกใจไปเลยก็ดี เพราะจะได้ไม่มานั่งรำคาญใจทีหลัง<br /> หากคุณใช้หินแกรนิต ก็ต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนเลยว่าคุณจะต้องระวังเรื่องการทำความสะอาด โดยต้องไม่เอาอุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีความแหลบคม หรือมีความหยาบ มาขัดถูตัวกระเบื้อง เพราะจะทำให้มีรอยขูดขีดเสียหายได้ แต่หากเกิดรอยขีดข่วนบาง ๆ ขึ้นมาคุณสามารถลบรอยเหล่านั้นได้ด้วยการขัด<br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ควอตส์ (</strong><strong>Quartz)</strong><br /> <strong>Manufactured Quartz</strong>&nbsp;หรือหินควอตส์ที่ผ่านกระบวนการของโรงงานผลิตมาแล้วนั้นจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับหินปูน, หินแกรนิต หรือหินอ่อน แต่มันจะทนต่อการเป็นรอยขีดข่วนได้มากกว่า รวมทั้งรอยคราบต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ยากกว่าด้วย ซึ่งในกระบวนการผลิตปกติจะใช้เนื้อของควอตส์มาเป็นส่วนผสมประมาณ 90% ส่วนประกอบสังเคราะห์เหล่านี้จะมีสี และความหนาที่แตกต่างกันไป<br /> การดูแลรักษานั้นทำได้ไม่ยาก เพราะควอตส์มีความแข็งแรงทนทานสูง ทำความสะอาดได้ง่าย และมีราคาที่ไม่แตกต่างจากหินแกรนิตมากนัก<br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>แผ่นกระเบื้องธรรมดา</strong><br /> แผ่นกระเบื้องธรรมดาทั่วไปที่เห็นกันตามบ้านมากมาย เป็นวัสดุที่นำยมนำมาใช้เป็นอย่างมากเนื่องจากว่ามันมีราคาถูก แต่ข้อของมันก็คือมันไม่สวยงามซักเท่าไหร่ และแน่นอนว่าคุณจะต้องทำความสะอาดบ่อยหน่อย รวมทั้งต้องยาแนวกระเบื้องเรื่อย ๆ ในปัจจุบันกระเบื้องถูกผลิตออกมาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีขนาดต่าง ๆ ให้เลือกมากขึ้นซึ่งขนาดที่ใหญ่ขึ้นนี้ก็จะช่วยลดความถี่ในการยาแนวกระเบื้องไปได้<br /> กระเบื้องที่ไม่ขัดมันมีความแข็งกว่าหินแกรนิต แต่ราคาถูกกว่ามาก นอกจากนี้ยังมีประเภท และลายต่าง ๆ ให้เลือกมากมายซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อหามาใช้งานได้ตามความต้องการ กระเบื้องยังนำมาใช้ประดับร่วมกันได้ดีกับกระจก, แก้ว, และคอนกรีต คุณอาจเลือกใช้ยาแนวที่มีสีกลืนกันไป โดยระวังสีของยาแนวที่ทำให้เห็นคราบสกปรกติได้ง่าย<br /> <strong>เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถเลือกกระเบื้องปูพื้นที่สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้มากที่สุด และสามารถใช้งานได้อย่างทนทานและสะดวกต่อการดูแลรักษาทำความสะอาดอีกด้วย....</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; Mon, 21 Sep 2015 14:37:00 +0700 อุปกรณ์ที่ต้องมีในห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59217.html ห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ของบ้านที่คุณควรให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่หากคุณมีอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน คุณจะสามารถทำความสะอาดห้องน้ำของคุณได้อย่างสะอาดและเป็นประกายทันตาเห็น<br /> การที่คุณมีอุปกรณ์ในห้องน้ำเพื่อการทำความสะอาดครบพร้อม สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้ว่า หากมีแขกมาเซอร์ไพรส์เยี่ยมเยือนบ้าน คุณก็สามารถรับมือกับห้องน้ำที่สกปรกได้ทันที<br /> ข้อมูลทางด้านล่างนี้จะอธิบายถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำที่สำคัญ เพื่อช่วยให้ห้องน้ำของคุณดูสะอาดสะอ้านตลอดเวลา <h2><strong>อุปกรณ์</strong>&nbsp;<strong>5</strong>&nbsp;<strong>ชิ้นสำคัญในห้องน้ำ</strong></h2> <strong>ข้อควรจดจำ</strong><strong>:</strong>&nbsp;เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ คุณควรอ่านฉลากวิธีการใช้ก่อนทุกครั้งและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บนพื้นที่เล็กๆ ก่อน <h3>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถส้วม</strong></h3> คุณควรมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อย่าง&nbsp;<a href="http://www.unilever.co.th/brands-in-action/detail/Promax/310294/" target="_blank">โปรแมกซ์</a>&nbsp;ในตะกร้าอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่ได้มาตรฐานจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคในโถส้วมของคุณ เพราะส่วนใหญ่จะมีสารฟอกขาว (บลีช) ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อผสมอยู่ คุณจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผสมสารฟอกขาว แต่คุณควรทำตามวิธีการใช้บนฉลาก ประกอบกับการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดและเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่อใช้ทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ห้องน้ำของคุณสะอาดหมดจดและปราศจากเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นในห้องน้ำให้ดีขึ้นได้อีกด้วย ทั้งนี้ แปรงขัดห้องน้ำอาจมีความจำเป็นในการช่วยขัดทำความสะอาดห้องน้ำของคุณ <h3>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ปั๊มดูดส้วม</strong></h3> ท่อระบายน้ำในห้องน้ำสามารถเกิดการอุดตันได้ทุกเมื่อ เนื่องจากคราบสิ่งสกปรกที่ใช้ในห้องน้ำทุกๆวัน เช่น คราบสกปรกจากการอาบน้ำ สบู่ และแม้กระทั่งเศษผมนั้นสามารถทำให้ท่อระบายน้ำของคุณอุดตันอันเป็นสาเหตุให้น้ำไม่ไหลลงท่อและทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น คุณสามารถใช้ปั๊มดูดส้วมในการจัดการกับสิ่งอุดตันเหล่านี้ให้ท่อโล่งโดยไม่ต้องโทรเรียกช่างประปามืออาชีพ เพียงแค่ใช้แรงแขนของคุณเพียงนิดเดียวในการปั๊มขึ้นปั๊มลงเพื่อกำจัดสิ่งอุดตันอย่างรวดเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็สามารถขจัดปัญหาท่ออุดตัน อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ และโถส้วม <h3>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</strong></h3> ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำเพียงอย่างเดียวสามารถทำความสะอาดพื้นที่ในห้องน้ำได้หลายที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องน้ำของคุณ คุณยังสามารถใช้ทำความสะอาดห้องน้ำส่วนที่เป็นกระเบื้องและช่วยลบคราบน้ำและคราบสบู่ แต่คุณควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เหมาะสมสำหรับประเภทของกระเบื้องในห้องน้ำคุณหรือไม่ คุณสามารถทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องและส่วนต่างๆโดยการเสปรย์ลงไปบนพื้นผิวและใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาด เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้หมดสิ้น <h3>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ไม้กวาดหุ้มยาง</strong></h3> หลังอาบน้ำทุกครั้ง คุณควรใช้ไม้กวาดหุ้มยางกวาดทำความสะอาดกระจกหรือประตูห้องอาบน้ำ วิธีนี้จะช่วยป้องกันลายน้ำที่สามารถเกิดขึ้นได้และช่วยให้กระจกหรือประตูห้องอาบน้ำของคุณสะอาดใสไร้รอยเปื้อน<br /> เมื่อคุณกวาดน้ำออกจากกระจกหรือประตูห้องน้ำแล้ว คุณควรทำความสะอาดต่อโดยการเช็ดจากด้านบนลงด้านล่างด้วยน้ำยาเช็ดกระจก เพื่อช่วยมอบความสะอาดและเงางาม จากนั้นให้ใช้ไม้ปาดน้ำส่วนเกินออก เริ่มจากอ่างอาบน้ำไปจนถึงท่อระบายน้ำ วิธีนี้ช่วยป้องกันตระกรันและคราบน้ำที่สามารถเกิดขึ้นบนพื้นด้านล่าง <h3>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ทิชชู่เปียกป้องกันเชื้อแบคทีเรีย</strong></h3> ทิชชู่เปียกที่มีประสิทธิภาพป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งเป็นทางออกที่ดีสำหรับการทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว และช่วยให้ห้องน้ำของคุณปราศจากเชื้อโรค ทิชชู่เปียกสามารถใช้บนพื้นผิวต่างๆ ในห้องน้ำและสามารถทิ้งหลังการใช้เสร็จได้ทันที คุณจึงไม่ต้องกังวลกับการซักผ้าหรือฟองน้ำหลังการทำความสะอาด ทิชชู่เปียกป้องกันแบคทีเรียเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำความสะอาดโถส้วม<br /> รวมถึงที่นั่งซึ่งสามารถโยนทิ้งหลังจากการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคในห้องน้ำที่น่ารังเกียจ<br /> ที่นี้คุณได้รู้ถึง 5 อุปกรณ์ในห้องน้ำที่ช่วยทำความสะอาดห้องน้ำคุณแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้มือของคุณไม่ต้องเลอะเปรอะเปื้อนและช่วยให้ห้องน้ำสะอาดถูกสุขอนามัย แม้ในชั่วโมงเร่งรีบ! <h2><strong>เกร็ดสำคัญ</strong></h2> &nbsp; <ol> <li>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบมาในการทำความสะอาดเฉพาะด้านจะสามารถทำความสะอาดได้ที่ดีสุด</li> <li>อุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น ไม้กวาดหุ้มยาง หรือปั๊มดูดส้วม นั้นสำคัญพอๆ กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</li> <li>อย่าลืมระบายอากาศในห้องน้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด</li> </ol> &nbsp; Mon, 21 Sep 2015 14:29:00 +0700 อุปกรณ์ที่ต้องมีในห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59216.html ห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ของบ้านที่คุณควรให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่หากคุณมีอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน คุณจะสามารถทำความสะอาดห้องน้ำของคุณได้อย่างสะอาดและเป็นประกายทันตาเห็น<br /> การที่คุณมีอุปกรณ์ในห้องน้ำเพื่อการทำความสะอาดครบพร้อม สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้ว่า หากมีแขกมาเซอร์ไพรส์เยี่ยมเยือนบ้าน คุณก็สามารถรับมือกับห้องน้ำที่สกปรกได้ทันที<br /> ข้อมูลทางด้านล่างนี้จะอธิบายถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำที่สำคัญ เพื่อช่วยให้ห้องน้ำของคุณดูสะอาดสะอ้านตลอดเวลา <h2><strong>อุปกรณ์</strong>&nbsp;<strong>5</strong>&nbsp;<strong>ชิ้นสำคัญในห้องน้ำ</strong></h2> <strong>ข้อควรจดจำ</strong><strong>:</strong>&nbsp;เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ คุณควรอ่านฉลากวิธีการใช้ก่อนทุกครั้งและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บนพื้นที่เล็กๆ ก่อน <h3>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถส้วม</strong></h3> คุณควรมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อย่าง&nbsp;<a href="http://www.unilever.co.th/brands-in-action/detail/Promax/310294/" target="_blank">โปรแมกซ์</a>&nbsp;ในตะกร้าอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่ได้มาตรฐานจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคในโถส้วมของคุณ เพราะส่วนใหญ่จะมีสารฟอกขาว (บลีช) ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อผสมอยู่ คุณจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผสมสารฟอกขาว แต่คุณควรทำตามวิธีการใช้บนฉลาก ประกอบกับการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดและเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่อใช้ทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ห้องน้ำของคุณสะอาดหมดจดและปราศจากเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นในห้องน้ำให้ดีขึ้นได้อีกด้วย ทั้งนี้ แปรงขัดห้องน้ำอาจมีความจำเป็นในการช่วยขัดทำความสะอาดห้องน้ำของคุณ <h3>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ปั๊มดูดส้วม</strong></h3> ท่อระบายน้ำในห้องน้ำสามารถเกิดการอุดตันได้ทุกเมื่อ เนื่องจากคราบสิ่งสกปรกที่ใช้ในห้องน้ำทุกๆวัน เช่น คราบสกปรกจากการอาบน้ำ สบู่ และแม้กระทั่งเศษผมนั้นสามารถทำให้ท่อระบายน้ำของคุณอุดตันอันเป็นสาเหตุให้น้ำไม่ไหลลงท่อและทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น คุณสามารถใช้ปั๊มดูดส้วมในการจัดการกับสิ่งอุดตันเหล่านี้ให้ท่อโล่งโดยไม่ต้องโทรเรียกช่างประปามืออาชีพ เพียงแค่ใช้แรงแขนของคุณเพียงนิดเดียวในการปั๊มขึ้นปั๊มลงเพื่อกำจัดสิ่งอุดตันอย่างรวดเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็สามารถขจัดปัญหาท่ออุดตัน อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ และโถส้วม <h3>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</strong></h3> ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำเพียงอย่างเดียวสามารถทำความสะอาดพื้นที่ในห้องน้ำได้หลายที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องน้ำของคุณ คุณยังสามารถใช้ทำความสะอาดห้องน้ำส่วนที่เป็นกระเบื้องและช่วยลบคราบน้ำและคราบสบู่ แต่คุณควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เหมาะสมสำหรับประเภทของกระเบื้องในห้องน้ำคุณหรือไม่ คุณสามารถทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องและส่วนต่างๆโดยการเสปรย์ลงไปบนพื้นผิวและใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาด เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้หมดสิ้น <h3>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ไม้กวาดหุ้มยาง</strong></h3> หลังอาบน้ำทุกครั้ง คุณควรใช้ไม้กวาดหุ้มยางกวาดทำความสะอาดกระจกหรือประตูห้องอาบน้ำ วิธีนี้จะช่วยป้องกันลายน้ำที่สามารถเกิดขึ้นได้และช่วยให้กระจกหรือประตูห้องอาบน้ำของคุณสะอาดใสไร้รอยเปื้อน<br /> เมื่อคุณกวาดน้ำออกจากกระจกหรือประตูห้องน้ำแล้ว คุณควรทำความสะอาดต่อโดยการเช็ดจากด้านบนลงด้านล่างด้วยน้ำยาเช็ดกระจก เพื่อช่วยมอบความสะอาดและเงางาม จากนั้นให้ใช้ไม้ปาดน้ำส่วนเกินออก เริ่มจากอ่างอาบน้ำไปจนถึงท่อระบายน้ำ วิธีนี้ช่วยป้องกันตระกรันและคราบน้ำที่สามารถเกิดขึ้นบนพื้นด้านล่าง <h3>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ทิชชู่เปียกป้องกันเชื้อแบคทีเรีย</strong></h3> ทิชชู่เปียกที่มีประสิทธิภาพป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งเป็นทางออกที่ดีสำหรับการทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว และช่วยให้ห้องน้ำของคุณปราศจากเชื้อโรค ทิชชู่เปียกสามารถใช้บนพื้นผิวต่างๆ ในห้องน้ำและสามารถทิ้งหลังการใช้เสร็จได้ทันที คุณจึงไม่ต้องกังวลกับการซักผ้าหรือฟองน้ำหลังการทำความสะอาด ทิชชู่เปียกป้องกันแบคทีเรียเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำความสะอาดโถส้วม<br /> รวมถึงที่นั่งซึ่งสามารถโยนทิ้งหลังจากการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคในห้องน้ำที่น่ารังเกียจ<br /> ที่นี้คุณได้รู้ถึง 5 อุปกรณ์ในห้องน้ำที่ช่วยทำความสะอาดห้องน้ำคุณแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้มือของคุณไม่ต้องเลอะเปรอะเปื้อนและช่วยให้ห้องน้ำสะอาดถูกสุขอนามัย แม้ในชั่วโมงเร่งรีบ! <h2><strong>เกร็ดสำคัญ</strong></h2> &nbsp; <ol> <li>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบมาในการทำความสะอาดเฉพาะด้านจะสามารถทำความสะอาดได้ที่ดีสุด</li> <li>อุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น ไม้กวาดหุ้มยาง หรือปั๊มดูดส้วม นั้นสำคัญพอๆ กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</li> <li>อย่าลืมระบายอากาศในห้องน้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด</li> </ol> &nbsp; Mon, 21 Sep 2015 14:29:00 +0700 อุปกรณ์ในห้องน้ำที่จำเป็น http://alldreamsdecor.com/article/topic-59215.html ห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ของบ้านที่คุณควรให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่หากคุณมีอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน คุณจะสามารถทำความสะอาดห้องน้ำของคุณได้อย่างสะอาดและเป็นประกายทันตาเห็น<br /> การที่คุณมีอุปกรณ์ในห้องน้ำเพื่อการทำความสะอาดครบพร้อม สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้ว่า หากมีแขกมาเซอร์ไพรส์เยี่ยมเยือนบ้าน คุณก็สามารถรับมือกับห้องน้ำที่สกปรกได้ทันที<br /> ข้อมูลทางด้านล่างนี้จะอธิบายถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำที่สำคัญ เพื่อช่วยให้ห้องน้ำของคุณดูสะอาดสะอ้านตลอดเวลา <h2><strong>อุปกรณ์</strong>&nbsp;<strong>5</strong>&nbsp;<strong>ชิ้นสำคัญในห้องน้ำ</strong></h2> <strong>ข้อควรจดจำ</strong><strong>:</strong>&nbsp;เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ คุณควรอ่านฉลากวิธีการใช้ก่อนทุกครั้งและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บนพื้นที่เล็กๆ ก่อน <h3>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถส้วม</strong></h3> คุณควรมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อย่าง&nbsp;<a href="http://www.unilever.co.th/brands-in-action/detail/Promax/310294/" target="_blank">โปรแมกซ์</a>&nbsp;ในตะกร้าอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่ได้มาตรฐานจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคในโถส้วมของคุณ เพราะส่วนใหญ่จะมีสารฟอกขาว (บลีช) ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อผสมอยู่ คุณจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผสมสารฟอกขาว แต่คุณควรทำตามวิธีการใช้บนฉลาก ประกอบกับการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดและเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่อใช้ทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ห้องน้ำของคุณสะอาดหมดจดและปราศจากเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นในห้องน้ำให้ดีขึ้นได้อีกด้วย ทั้งนี้ แปรงขัดห้องน้ำอาจมีความจำเป็นในการช่วยขัดทำความสะอาดห้องน้ำของคุณ <h3>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ปั๊มดูดส้วม</strong></h3> ท่อระบายน้ำในห้องน้ำสามารถเกิดการอุดตันได้ทุกเมื่อ เนื่องจากคราบสิ่งสกปรกที่ใช้ในห้องน้ำทุกๆวัน เช่น คราบสกปรกจากการอาบน้ำ สบู่ และแม้กระทั่งเศษผมนั้นสามารถทำให้ท่อระบายน้ำของคุณอุดตันอันเป็นสาเหตุให้น้ำไม่ไหลลงท่อและทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น คุณสามารถใช้ปั๊มดูดส้วมในการจัดการกับสิ่งอุดตันเหล่านี้ให้ท่อโล่งโดยไม่ต้องโทรเรียกช่างประปามืออาชีพ เพียงแค่ใช้แรงแขนของคุณเพียงนิดเดียวในการปั๊มขึ้นปั๊มลงเพื่อกำจัดสิ่งอุดตันอย่างรวดเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็สามารถขจัดปัญหาท่ออุดตัน อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ และโถส้วม <h3>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</strong></h3> ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำเพียงอย่างเดียวสามารถทำความสะอาดพื้นที่ในห้องน้ำได้หลายที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องน้ำของคุณ คุณยังสามารถใช้ทำความสะอาดห้องน้ำส่วนที่เป็นกระเบื้องและช่วยลบคราบน้ำและคราบสบู่ แต่คุณควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เหมาะสมสำหรับประเภทของกระเบื้องในห้องน้ำคุณหรือไม่ คุณสามารถทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องและส่วนต่างๆโดยการเสปรย์ลงไปบนพื้นผิวและใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาด เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้หมดสิ้น <h3>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ไม้กวาดหุ้มยาง</strong></h3> หลังอาบน้ำทุกครั้ง คุณควรใช้ไม้กวาดหุ้มยางกวาดทำความสะอาดกระจกหรือประตูห้องอาบน้ำ วิธีนี้จะช่วยป้องกันลายน้ำที่สามารถเกิดขึ้นได้และช่วยให้กระจกหรือประตูห้องอาบน้ำของคุณสะอาดใสไร้รอยเปื้อน<br /> เมื่อคุณกวาดน้ำออกจากกระจกหรือประตูห้องน้ำแล้ว คุณควรทำความสะอาดต่อโดยการเช็ดจากด้านบนลงด้านล่างด้วยน้ำยาเช็ดกระจก เพื่อช่วยมอบความสะอาดและเงางาม จากนั้นให้ใช้ไม้ปาดน้ำส่วนเกินออก เริ่มจากอ่างอาบน้ำไปจนถึงท่อระบายน้ำ วิธีนี้ช่วยป้องกันตระกรันและคราบน้ำที่สามารถเกิดขึ้นบนพื้นด้านล่าง <h3>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ทิชชู่เปียกป้องกันเชื้อแบคทีเรีย</strong></h3> ทิชชู่เปียกที่มีประสิทธิภาพป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งเป็นทางออกที่ดีสำหรับการทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว และช่วยให้ห้องน้ำของคุณปราศจากเชื้อโรค ทิชชู่เปียกสามารถใช้บนพื้นผิวต่างๆ ในห้องน้ำและสามารถทิ้งหลังการใช้เสร็จได้ทันที คุณจึงไม่ต้องกังวลกับการซักผ้าหรือฟองน้ำหลังการทำความสะอาด ทิชชู่เปียกป้องกันแบคทีเรียเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำความสะอาดโถส้วม<br /> รวมถึงที่นั่งซึ่งสามารถโยนทิ้งหลังจากการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคในห้องน้ำที่น่ารังเกียจ<br /> ที่นี้คุณได้รู้ถึง 5 อุปกรณ์ในห้องน้ำที่ช่วยทำความสะอาดห้องน้ำคุณแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้มือของคุณไม่ต้องเลอะเปรอะเปื้อนและช่วยให้ห้องน้ำสะอาดถูกสุขอนามัย แม้ในชั่วโมงเร่งรีบ! <h2><strong>เกร็ดสำคัญ</strong></h2> &nbsp; <ol> <li>ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบมาในการทำความสะอาดเฉพาะด้านจะสามารถทำความสะอาดได้ที่ดีสุด</li> <li>อุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น ไม้กวาดหุ้มยาง หรือปั๊มดูดส้วม นั้นสำคัญพอๆ กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ</li> <li>อย่าลืมระบายอากาศในห้องน้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด</li> </ol> &nbsp; Mon, 21 Sep 2015 14:27:00 +0700 การทำความสะอาดห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59214.html คุณคิดว่าห้องน้ำของคุณสะอาดแล้วหรือ? คุณควรคิดทบทวนอีกรอบ เพราะห้องน้ำของคุณอาจดูสะอาดขึ้นมากว่าเดิมก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคราบสกปรกและเจ้าเชื้อโรคทั้งหลายจะทุกกำจัดไปอย่างหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นห้องน้ำ โถส้วม หรือก๊อกน้ำและอ่างล้างหน้า <h2><strong>การเลือกน้ำยาล้างห้องน้ำ</strong></h2> หากคุณมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงที่บ้านและกังวลว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารเคมีเจือปนที่คุณใช้อยู่นั้นจะมีอันตราย และอยากหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความปลอดภัยมากกว่า แต่สูตรน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่น้อยกว่าอาจไม่สามารถมอบประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ดีมากนัก และนั่นหมายความว่าห้องน้ำของคุณอาจยังมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆหลงเหลืออยู่ แต่คุณสามาถใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่สามารถให้คุณสมบัติได้ทั้งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบสกปรก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของ acidic (กรดซึ่งมีฤทธ์กัดกร่อนสูง) ที่จะช่วยลดความเสี่ยงทำให้ผิวระคายเคืองและกัดกร่อนทำลายห้องน้ำของคุณทำให้เกิดความเสียหาย <h2><strong>ทำความสะอาดโถส้วมด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ</strong></h2> การล้างห้องน้ำอาจไม่ใช่การทำความสะอาดที่คุณชอบมากนัก แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า การล้างห้องน้ำนั้นสามารถทำได้ง่ายที่สุดหากเปรียบเทียบกับการทำความสะอาดสถานที่อื่นๆ หากคุณคิดว่าการทำความสะอาดห้องน้ำเป็นเรื่องที่ยากและเสียเวลา นั่นอาจเป็นเพราะคุณอาจล้างห้องน้ำผิดวิธี และปัญหาส่วนใหญ่ในการล้างห้องน้ำ คือน้ำยาล้างห้องน้ำที่เจือจาง เหลวเหมือน้ำ และไม่มีความเข้มข้นมากพอ คุณจึงควรเลือกน้ำยาล้างห้องน้ำและโถส้วมอย่าง&nbsp;<a href="http://www.unilever.co.th/brands-in-action-detail/Wim/310274/" target="_blank">วิม</a>&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพช่วยทำความสะอาดสำหรับการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำให้ดียิ่งขึ้น คุณควรอ่านฉลากการใช้ผลิตภัณฑ์และใส่ถุงมือยางทุกครั้งก่อนใช้ <h2><strong>การทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดหมดจด</strong>&nbsp;<strong>-</strong>&nbsp;<strong>พื้นห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ และอ่างล้างหน้า</strong></h2> การทำความสะอาดห้องน้ำของคุณอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น พื้นห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ และอ่างล้างหน้านั้นสามารถทำได้ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำเพียงขวดเดียว! โดยทำตามวิธีทางด้านล่างนี้<br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทำตามคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์ในการผสมผลิตภัณฑ์กับน้ำสะอาด<br /> บริเวณพื้นห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้าจะไม่สกปรกเท่าโถส้วม คุณจึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างห้องน้ำโดยตรงกับพื้นผิวเหล่านี้ การทำให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเจือจางลงยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของคุณ ช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่าย แต่สามารถคืนความสะอาดให้กับห้องน้ำของคุณได้อย่างมีประสิทธภาพ<br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ใช้ไม้ถูพื้นในการถูพื้นและผ้าสะอาดในการทำความสะอาดอ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้า เทน้ำยาล้างห้องน้ำที่ผ่านการผสมแล้วลงบนบริเวณที่สกปรกมากและขัดจนกว่าคราบสกปรกจะหลุดออก คุณไม่จำเป็นต้องแช่น้ำยาล้างห้องน้ำไว้บนพื้นผิวเหล่านั้น น้ำยาล้างห้องน้ำจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในทันที ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาในการทำความสะอาด<br /> &middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เปลี่ยนน้ำและอุปกรณ์ในการเช็ดทำความสะอาดในการเช็ดล้างสิ่งสกปรกและพยายามล้างน้ำยาล้างห้องน้ำที่หลงเหลืออยู่ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ คุณสามารถเพิ่มความเปล่งประกายของห้องน้ำได้ด้วยการใช้ฟองน้ำขัดอีกรอบหนึ่ง จากนั้นปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ<br /> เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ อย่าลืมว่า คุณจำเป็นต้องใส่ถุงมือยางเพื่อช่วยปกป้องมือของคุณ การใส่ถุงมือยางยังสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ไม่ให้สัมผัสกับผิวของคุณโดยตรงในระหว่างการทำความสะอาด คุณควรเปิดหน้าต่างห้องน้ำในระหว่างการทำความสะอาด เพื่อช่วยระบายกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์และช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องน้ำของคุณ <h2>ขั้นตอนสำคัญ</h2> <ol> <li>ใส่ถุงมือยางทุกครั้งและเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในการล้างห้องน้ำ</li> <li>น้ำยาล้างห้องน้ำสามารถใช้ได้กับโถส้วมโดยตรง แต่หากคุณต้องการที่จะใช้ในการถูพื้นห้องน้ำ คุณควรผสมกับน้ำก่อนนำมาใช้</li> <li>คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับการล้างห้องน้ำที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม</li> </ol> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp; Mon, 21 Sep 2015 14:15:00 +0700 วิธีลดคราบหินปูนในโถส้วม http://alldreamsdecor.com/article/topic-59170.html <h2><strong>วิธีลดคราบหินปูนในโถส้วม</strong></h2> คราบหินปูนก่อตัวขึ้นภายในโถส้วมได้อย่างง่ายดายและวิธีป้องกัน คือ การทำความสะอาดโถส้วมอย่างสม่ำเสมอโดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ เราแนะนำให้คุณทำความสะอาดโถส้วมอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง สวมถุงมือยางและแว่นป้องกันเพื่อความปลอดภัย ในขณะเดียวกัน คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริเวณที่คุณทำความสะอาดมีอากาศถ่ายเทดี<br /> 1.&nbsp;&nbsp; ฉีดน้ำยาขจัดคราบหินปูนในทิศทางชี้ขึ้นจากริมขอบล่างของโถส้วมและภายในโถส้วม และบนคราบหินปูนที่ปรากฏให้เห็น<br /> 2.&nbsp;&nbsp; ทิ้งให้น้ำยาขจัดคราบหินปูนทำงานอย่างน้อย 30 นาที และกดชักโครก<br /> 3.&nbsp;&nbsp; ถ้ามีความจำเป็น ให้ขัดคราบที่ฝังรากลึกด้วยแปรงขัดโถส้วมหรือหินขัดเท่านั้น ระมัดระวังเพราะอาจทำลายพื้นผิวโถส้วม<br /> ตอนนี้คุณก็รู้วิธีกำจัดคราบหินปูนภายในห้องน้ำและห้องครัวแล้ว ต่อไปนี้บ้านของคุณก็จะไม่มีปัญหาคราบหินปูนสะสมให้กวนใจอีกต่อไป! Fri, 18 Sep 2015 15:12:00 +0700 วิธีขจัดคราบหินปูนบนพื้น http://alldreamsdecor.com/article/topic-59169.html <h2><strong>วิธีขจัดคราบหินปูนบนพื้นผิว</strong></h2> บริเวณที่คุณมักจะพบคราบหินปูนได้ชัดเจนที่สุด คือ ก็อกน้ำในห้องน้ำและห้องครัว นอกจากนี้ คุณยังจะเห็นเกล็ดคราบสะสมบนกระเบื้องใกล้ๆ กับก็อกน้ำ ฝักบัว และแม้แต่ท่อน้ำ มาดูขั้นตอนการกำจัดคราบหินปูนกันดีกว่า<br /> 1.&nbsp;&nbsp; ใช้น้ำยาขจัดคราบหินปูนอย่าง&nbsp;<a href="http://www.unilever.co.th/brands-in-action/detail/Sunlight/309595/" target="_blank">โปรแมกซ์</a>&nbsp;สวมถุงมือยางและปฏิบัติตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด หรือไม่ คุณอาจจะลองใช้น้ำผสมน้ำสมสายชูก็ได้ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้วิธีไหน คุณควรทดสอบน้ำยาบนบริเวณเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่สังเกตก่อนเสมอ<br /> 2.&nbsp;&nbsp; สำหรับก็อกน้ำและท่อน้ำ ใช้เศษผ้าสะอาดหรือสำลีชุบน้ำยาขจัดคราบหินปูนเจือจางและนำไปพันบนบริเวณที่มีคราบหินปูน เพื่อที่น้ำยาจะได้แทรกซึมเข้าสู่พื้นผิวได้อย่างทั่วถึง<br /> 3.&nbsp;&nbsp; สำหรับพื้นผิวเรียบ ให้ทาน้ำยาขจัดคราบหินปูนและทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงในขณะที่คราบหินปูนสลายตัว<br /> 4.&nbsp;&nbsp; ถอดหัวฝักบัวออกและแช่ไว้ในน้ำยาขจัดคราบหินปูนประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าคุณไม่สามารถถอดหัวฝักบัวออกได้ ให้ใช้วิธีคลุมหัวฝักบัวด้วยถุงพลาสติกที่เติมน้ำยาขจัดคราบหินปูนลงไป หรือพันหัวฝักบัวไว้ด้วยผ้าที่ชุบน้ำยาขจัดคราบหินปูนแทน<br /> 5.&nbsp;&nbsp; หลังจากที่ทาน้ำยาขจัดคราบหินปูนลงบนพื้นผิวจนชุ่มแล้ว ขัดคราบหินปูนด้วยแปรงสีฟันเก่าหรือแผ่นใยขัดที่อ่อนนุ่ม<br /> 6.&nbsp;&nbsp; หลังจากทำขั้นตอนด้านบนครบแล้ว ให้ล้างวัตถุหรือพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและตากให้แห้ง Fri, 18 Sep 2015 15:08:00 +0700 วิธีทำความสะอาด 6 จุดสุดยี้ในห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59168.html <h1>วิธีทำความสะอาด 6 จุดสุดยี้ในห้องน้ำ</h1> ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณะสุข ที่ออกมาให้ข้อมูลว่า คนไทยกว่า 80 % เมื่อออกจาก<a href="http://home.sanook.com/6725/" target="_blank" title="ห้องน้ำ">ห้องน้ำ</a>แล้วมักจะไม่ล้างมือ เมื่อทราบข้อมูลแบบนี้แล้วถึงกับต้องตกใจ เพราะห้องน้ำเป็นห้องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของเชื้อโรค ในเมื่อเราต้องใช้พื้นที่ภายในห้องน้ำอยู่ทุกวัน ดังนั้นเราควรเอาใจใส่ดูแล และทำความสะอาดห้องน้ำบ่อยๆ แต่ก็มีคำถามตามมาอีกว่า แล้วมีจุดใดในห้องน้ำที่สกปรกที่สุด ซึ่งเราได้รวบรวมมาแล้วโดยเรียงลำดับตามความสกปรกที่สุดก็คือ สายชำระก้น พื้นห้องน้ำ ที่รองฝาส้วม ที่กดน้ำของโถส้วม ก๊อกน้ำ และกลอนประตู เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เราลองมาดูวิธีทำความสะอาดแต่ละจุดในห้องน้ำกันดีกว่า เพื่อครั้งหน้าเราจะได้เข้าไปปลดทุกข์ในห้องน้ำได้อย่างสบายใจ<br /> <strong>สายชำระก้น</strong>&nbsp;จุดรวมเชื้อโรคและสกปรกที่สุด วิธีทำความสะอาดคือ ใช้สก๊อตไบรท์ขัดถูบริเวณรูสายชำระก้น แล้วเปิดน้ำแรง ๆ ไล่หินปูนออก หรือผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในสัดส่วนที่เท่ากันใส่ถุงพลาสติกแล้วนำสายชำระไปแช่ทิ้งไว้ในถุงนั้นประมาณ 10-15 นาที จากนั้นเปิดน้ำแรงๆ ไล่สิ่งสกปรกที่อุดตันออก จะช่วยให้สายชำระก้นสะอาดขึ้น<br /> <br /> <strong>พื้นห้องน้ำ</strong>&nbsp;พื้นที่ๆ มีขนาดกว้างและใหญ่ที่สุดในห้องน้ำ หากพื้นที่ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ อาจแบ่งพื้นที่ห้องน้ำเป็นส่วนๆ แล้วไล่จากด้านในออกมาด้านนอก โดยทำให้พื้นห้องน้ำเปียกก่อน แล้วเทน้ำยาขจัดคราบ แต่ถ้าจะให้ดีแบ่งพื้นที่ทำความสะอาดด้วยการแบ่งพื้นที่ห้องน้ำออกเป็นสามส่วน ไล่จากด้านในก่อน ด้วยการทำพื้นให้เปียกแล้วเทน้ำยาขจัดคราบทิ้งไว้บนพื้น หรือใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำแล้วราดทิ้งไว้สักประมาณ 30 นาที ก่อนลงมือขัดในพื้นที่ด้านใน แล้วค่อยๆ ถอยออกมายังพื้นที่ด้านนอก แล้วใช้น้ำสะอาดล้างออกอีกครั้งหนึ่ง<br /> <strong>ที่รองฝาส้วม และที่กดน้ำของโถส้วม</strong>&nbsp;ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำ เช็ดถูทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ<br /> <strong>กลอนประตู</strong>&nbsp;ใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่ผสมน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดกลอนประตูโดยเฉพาะ หลังเช็ดก็ใช้น้ำสะอาดเช็ดน้ำยาหรือน้ำสบู่ออกอีกครั้งหนึ่ง<br /> <strong>ก๊อกน้ำ</strong>&nbsp;ใช้แปรงสีฟันที่ไม่ได้ใช้แล้วป้ายยาสีฟันแล้วขัดไปตามซอกก๊อกน้ำ แล้วใช้น้ำเปล่าล้างคราบยาสีฟันออก หรืออาจจะใช้ของที่มีอยู่ในครัวประเภทเปลือกส้ม เปลือกมะนาวขัดก๊อกน้ำก็ได้ เพราะฤทธิ์ของกรดในผลไม้สามารถขจัดคราบและสิ่งสกปรกตามก๊อกน้ำให้สะอาดและใหม่แวววาวเหมือนเดิม<br /> &nbsp; Fri, 18 Sep 2015 15:00:00 +0700 วิธีทำความสะอาดร่องพื้นในห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59162.html <p>&nbsp;</p> <div> <h1>&nbsp;วิธีทำความสะอาดและลงยาแนวใหม่ ให้ห้องน้ำสะอาดใสไร้ร่องดำ&nbsp;</h1> </div> <p>&nbsp;<br /> &nbsp;<strong>ขั้นตอนกำจัดคราบราดำตามร่องกระเบื้อง และวิธีการลงยาแนวกระเบื้องห้องน้ำด้วย</strong><br /> <strong>ตัวคุณเอง ถ้าอยากรู้ว่าลงยาแนวฝีมือเราเองเป็นอย่างไรไปลองทำกันเลย</strong>&nbsp;<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในเมื่อตัดสินใจปูพื้นห้องน้ำด้วยกระเบื้องไปแล้วก็ต้องดูแลดีเลย ทุกเมื่อที่เราเผลอเลอเรื่องของความสะอาด เจ้าเชื้อราดำเตรียมจับจ้องที่จะมาก่อตัวตามซองพื้นกระเบื้องในทันที แต่หากใครที่กำลังเจอกับปัญหาราบุกพื้นกระเบื้องอยู่ละก็ ต้องมาดูเทคนิคการทำความสะอาดคราบราและลงยาแนวกระเบื้องซะใหม่ด้วยตัวคุณเอง จาก<a href="http://www.kapook.com/webout.php?urlhttp://www.wikihow.com/Clean-and-Re-Grout-Bathroom-Tile" target="_blank">เว็บไซต์ wikihow</a>&nbsp;ที่จะทำให้พื้นกระเบื้องในห้องน้ำของคุณสวยสะอาดไปอีกนานแสนนาน<br /> <br /> <strong>1. ทำความสะอาดผิวหน้ากระเบื้องก่อน</strong><br /> <br /> <br /> <strong>ลงน้ำยาทำความสะอาดและขัดคราบรา</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ขอให้ฆ่าเชื้อราให้ตายสนิทซะก่อน ด้วยผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาดที่เราไว้วางใจ พร้อมกับใช้แปรงขัดหัวไนลอนหรือหาผ้าเนื้อหยาบมาขัดทุกซอกทุกมุมของกระเบื้อ<br /> ให้เชื้อราต้องโบยมือลาไป โดยเฉพาะตามพื้นที่เป็นมุมและซอกหลืบที่มองไม่ค่อยเห็น<br /> &nbsp;<strong>ลอกยาแนวเก่าออกด้วยหัวขัดเพชร</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตัวช่วยในการลอกยาแนวเก่าออกคือ หัวเจียรเพชร หรือที่เรียกกันว่า ไดมอนด์คาร์ไบด์ (diamond carbide) ซึ่งในขั้นการนำเครื่องนี้มาเซาะคราบยาแนวเก่าออกต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้ามือไม่นิ่งปล่อยให้เครื่องลื่นไถลจนเกิดรอยก็เป็นได้ และในระหว่างที่เรากำลังทำความสะอาดอยู่นั้นพื้นจะต้องเปียกน้ำอยู่เสมอ หากยาวแนวแข็งมากเซาะยากใช้น้ำร้อนราดจะช่วยคุณได้ เสร็จแล้วก็ปัดเศษยาแนวด้วยแปรงพลาสติก เลี่ยงการแปลงแข็งเพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน&nbsp;<br /> <br /> <strong>2. วิธีลงยาแนวใหม่</strong><br /> &nbsp;<strong>ล้างเศษคราบยาและเช็ดให้แห้ง</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กวาดล้างเศษคราบยาแนวเก่าที่เราเพิ่งเซาะออกให้เกลี้ยง แล้วใช้ผ้าเช็ดจนมั่นใจได้ว่าพื้นแห้งสนิท แล้วผสมยาแนวให้มีลักษณะเหมือนครีมเหนียว ๆ ข้น ๆ&nbsp;<br /> <br /> <strong>&nbsp;ลงปูนยาแนวตามร่องกระเบื้อง</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นำปูนยาแนวที่เราเลือกซื้อมานั้น จัดการปาดลงไปตามร่องกระเบื้องทุกแผ่นให้เรียบร้อยทีละส่วน เพราะสามารถเกลี่ยได้ง่ายกว่าโปะยาแนวลงไปทีละเยอะ ๆ ก่อนยาแนวจะแข็งตัว แต่ก็อย่าลืมเช็กด้วยว่ายาแนวจับตัวกันดีและเกลี่ยจนทั่วแล้วหรือยัง จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็จะแห้งสนิท<br /> <br /> <br /> &nbsp;<strong>ถูฟองน้ำให้ปูนยาแนวอยู่ตัว</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในขั้นตอนนี้ต้องประณีตกันหน่อย ใช้ฟองน้ำแบบนุ่มชุบน้ำแล้วก็บรรจงเช็ดลงบนผิวหน้ากระเบื้องไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่องยาแนวและกระเบื้องจะสะอาด ในระหว่างนี้ควรนำฟองน้ำจุ่มน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ เพื่อให้ง่ายต่อความสะอาดและไม่ทิ้งคราบ เสร็จแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง 20 นาที หากจะให้ดีก็ควรสวมถุงมือด้วยนะคะ<br /> <strong>ขัดความมัวหมองออกจากกระเบื้อง</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังจากที่ต้องทิ้งไว้ให้พื้นแห้งนั้น พื้นกระเบื้องจะถูกฝุ่นตามอากาศหรือคราบยาแนวที่หลงเหลือเกาะอยู่ ฉะนั้นให้ใช้ผ้าบาง ๆ หรือเสื้อยืดเก่า ๆ มาขัดรอยหมองออก แต่ถ้าเป็นคราบหนาที่เกาะอยู่แนะนำให้ใช้แผ่นพลาสติกเซาะออกได้ และต้องระวังอย่าให้โดนต้องร่องยาแนวเข้าจนหลุดออก<br /> <br /> <br /> &nbsp;<strong>ทาซ้ำด้วยน้ำยาเคลือบยาแนวชนิดกันเชื้อรา</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก่อนอื่นก็ต้องทำให้พื้นแห้งก่อนไม่เช่นน้ำยาเคลือบยาแนวจะไม่ติดตามร่อง เพราะมันทั้งลื่นเป็นน้ำมันและเปียกในคราวเดียวกัน จากนั้นค่อย ๆ ลงน้ำเคลือบยาแนวตามร่องกระเบื้อง หรือรอบคอก๊อกน้ำ เพื่อป้องกันน้ำซึมจนจนเกิดความชื้นและมีเชื้อราตามมา แถมยังช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย<br /> &nbsp;<strong>ลงผงขัดกระเบื้องให้เงางามทุกมิติ</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และแล้วก็เดินทางมายังขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะทำให้กระเบื้องของเราเงางามสวยทุกมุมมอง หลังจากทำยาแนวกระเบื้องไปแล้ว 3-7 วัน ให้นำอุปกรณ์ช่วยขัดเงากระเบื้องหรือผงขัดเงากระเบื้องมาลงซ้ำอีกที เพื่อขัดความเงางามให้เหมือนช่างมืออาชีพมาเอง<br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เห็นไหมละคะว่างานช่างเราก็ทำเองได้ อย่าปล่อยให้คราบราบนยาแนวมาคุกคามจนทำให้ห้องน้ำที่บ้านคุณดูหมอง มาลองวิธีนี้สิคะแล้วห้องน้ำคุณจะสวยโดดเด่นจนแขกต้องประทับใจ<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;</p> Thu, 17 Sep 2015 15:06:00 +0700 ทำความสะอาดห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59161.html <p><strong>วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดน่าใช้ไปทุกตารางนิ้ว เจาะลึกทุกขั้นตอนทำความสะอาดห้องน้ำที่ต้องให้สิบคะแนนเต็ม ลองมาทำความสะอาดห้องน้ำตามนี้เพื่อพิสูจน์ความเก๋ากันค่ะ</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เคยไหมคะที่ยอมทนอั้นปัสสาวะจนแทบจะเป็นนิ่วในนาทีนั้น เพียงเพราะรับไม่ได้กับสภาพห้องน้ำที่สกปรกสุด ๆ แถมยังส่งกลิ่นเหม็นตุออกมาไม่หยุดหย่อน เจอสภาพห้องน้ำแบบนี้เข้าไปเป็นใครก็คงส่ายหน้าหนีกันหมดล่ะเนอะ ยิ่งถ้าเป็นห้องน้ำในบ้านแล้วแขกมาเจอสภาพห้องน้ำที่สกปรกสุดยี้เข้าละก็ งานนี้คงได้ขายหน้ากันทั้งบ้านแน่ ๆ เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นมาทำความสะอาดห้องน้ำด้วยเคล็ดลับแบบเจาะลึกทุกขั้นตอนดีกว่า รับรองว่าไม่มีพื้นที่ในห้องน้ำหลุดรอดหนีความสะอาดไปได้สักตารางนิ้วชัวร์<br /> <br /> <strong>&nbsp;1. นำผ้าเช็ดเท้าไปซัก</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผ้าเช็ดเท้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำ รวมทั้งผ้าเช็ดมือ และผ้าม่านที่ประดับอยู่ คงสะสมเชื้อโรคและฝุ่นไรจำนวนไม่น้อย ดังนั้นก่อนจัดการล้างห้องน้ำ ควรปลดม่าน ผ้าเช็ดมือ และนำผ้าเช็ดเท้าไปซักทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วย<br /> <br /> <strong>&nbsp;2. ย้ายทุกไอเทมออกมาจากห้องน้ำ</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขั้นต่อมาให้ย้ายของทุกอย่างออกจากห้องน้ำให้หมด ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายและของตกแต่งกระจุกกระจิก รวมไปถึงการตกแต่งบางอย่างที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ก็ต้องเก็บไม่ให้เหลือสักชิ้น เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้โล่งที่สุดก่อนจัดการทำความสะอาดนะจ๊ะ<br /> <br /> <strong>&nbsp;3. ละเลงน้ำยาทำความสะอาดในโถสุขภัณฑ์</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จัดการราดน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำลงในโถส้วมให้ทั่วถึง อย่าลืมเปิดพัดลมดูดอากาศหรืออย่างน้อยก็ต้องเปิดประตูและหน้าต่างห้องน้ำเพื่อระบายอากาศและปิดฝาชักโครกด้วย ทว่าหากใครไม่อยากเสี่ยงกับสารเคมีอันตรายจะลองผสมผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่าในอัตราส่วน 75/25 ก็ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ได้เจ๋งแจ๋วไม่แพ้น้ำยาความสะอาดเลย<br /> <br /> <strong>&nbsp;4. ปัดหยากไย่ ไล่ฝุ่น</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความสะอาดของห้องน้ำไม่ได้เปล่งประกายจากพื้นห้องน้ำหรือสุขภัณฑ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ฝ้าเพดานและผนังห้องน้ำก็มองข้ามไม่ได้เลย ดังนั้นเรามาใช้ไม้กวาดหยากไย่ไล่กวาดไปตามฝ้าเพดานให้ทั่ว โดยไล่กวาดตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่างกันเถอะ<br /> <br /> <strong>&nbsp;5. ขัดกระจกและผนังห้อง</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถัดจากฝ้าเพดานแล้วก็มาต่อด้วยกระจกห้องน้ำ โดยเช็ดกระจกด้วยน้ำยาเช็ดกระจกกับกระดาษหนังสือพิมพ์ ส่วนผนังก็ถูด้วยแปรงขัด แต่หากเป็นผนังที่ติดวอลเปเปอร์ ให้หุ้มแปรงขัดด้วยผ้าชุบน้ำผืนหนา แล้วค่อยเช็ดถูผนังให้สะอาด สำหรับคราบหนักควรใช้น้ำยาความสะอาดร่วมด้วยนะคะ<br /> <br /> <br /> &nbsp;<br /> <br /> <strong>&nbsp;6. ล้างอ่างและบริเวณเคาน์เตอร์</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผสมน้ำสบู่กับน้ำอุ่นแล้วใช้แปรงสีฟันอันเก่ามาขัดตามซอกกระเบื้องบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า รวมทั้งพื้นที่แคบตรงอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำด้วย แต่หากคราบสกปรกฝังแน่นอาจต้องใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชูให้พอเป็นเนื้อข้นเหนียว มาป้ายคราบสกปรกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นค่อยใช้แปรงสีฟันขัดอีกครั้ง แต่สำหรับพื้นที่ของอ่างล้างหน้าและกระเบื้องเคาน์เตอร์ สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดและฟองน้ำขัดถูได้เลย<br /> <br /> <strong>&nbsp;7. ทำความสะอาดด้านนอกโถสุขภัณฑ์</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เริ่มจากฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาขจัดคราบอเนกประสงค์ลงไปให้ทั่วบริเวณด้านอนโถสุขภัณฑ์ แล้วใช้ฟองน้ำบิดหมาดถูทำความสะอาดโดยรอบ ตามด้วยล้างด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย<br /> <br /> <strong>&nbsp;8. ขัดโถสุขภัณฑ์</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังจากจัดการด้านนอกโถไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ถึงตาด้านในโถสุขภัณฑ์ที่เราเทน้ำยาล้างห้องน้ำทิ้งไว้แล้วล่ะค่ะ โดยอุปกรณ์เสริมสำหรับขั้นตอนนี้สามารถเลือกเป็นแปรงขัดมีด้ามยาวแบบปกติก็ได้ เสร็จแล้วก็กดชักโครกชำระคราบน้ำยาอีกที<br /> <br /> <strong>&nbsp;9. จัดการพื้นห้องน้ำ</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พื้นที่ส่วนอื่น ๆ ในห้องน้ำสะอาดปิ๊งหมดจด คงเหลือแต่พื้นห้องน้ำที่ยังเขรอะอยู่ ดังนั้นงานต่อมาก็ต้องขัดพื้นห้องน้ำให้แจ่มสักที ซึ่งหากคุณใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ ควรเทน้ำยาทิ้งไว้สัก 10 นาทีก่อนขัด หรือหากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างห้องน้ำ ควรราดน้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนลงมือขัด และในส่วนร่องกระเบื้องที่สะสมคราบสกปรกไว้มาก ต้องเจอกับแปรงสีฟันด้ามเก่ากับน้ำยาฟอกขาวสักหน่อย<br /> <br /> <strong>&nbsp;10. โละของเก่าทิ้ง จัดของยังใช้เข้าที่ให้เรียบร้อย</strong><br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังจากทำความสะอาดพื้นห้องน้ำเสร็จแล้ว ควรจะใช้ม็อบหรือฟองน้ำซับน้ำออกอีกที พร้อมทั้งเปิดพัดลมดูดอากาศไว้เพื่อป้องกันความชื้น จากนั้นก็มาคัดของที่เราย้ายออกมาจากห้องน้ำต่อ โดยเลือกเอาแค่เฉพาะของที่ยังใช้งานอยู่ไปวางเก้บเข้าที่ ส่วนบรรดาแปรงสีฟันอันเก่า ซากหลอดยาสีฟันที่ใช้หมดแล้ว รวมทั้งหลอดโฟมล้างหน้าเบาโหวงก็จัดการโยนทิ้งขยะซะ แต่ก่อนจะนำของใช้ไปวางเข้าที่ อย่าลืมล้างน้ำให้หายมอมแมมด้วยนะคะ<br /> <br /> <br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากเคลียร์ห้องน้ำจนสะอาดหมดจดแล้ว ก็อย่าลืมรักษาความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอด้วยล่ะ โดยเฉพาะเมื่ออาบน้ำเสร็จก็ควรใช้ม็อบถูพื้นห้องน้ำให้แห้ง เปิดพัดลมดูดอากาศทิ้งไว้สักพัก พร้อมกันนั้นม่านกั้นห้องน้ำหรือผนังห้องน้ำที่เปื้อนคราบสบู่ก็ควรฉีดน้ำล้างให้หมดจดด้วย</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp;ขอบคุณรูปภาพจากกระปุก</p> Thu, 17 Sep 2015 14:17:00 +0700 ห้องน้ำขนาดเล็ก http://alldreamsdecor.com/article/topic-59159.html <div style="color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma, Geneva, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 23px;"><span style="color: rgb(128, 0, 128);">ห้องน้ำขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งแบบห้องน้ำที่ถูกถามกันเข้ามามาก เพราะบ้านในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะมีห้องน้ำขนาดเล็กจนหาไอเดียตกแต่งได้ยากเป็นพิเศษ&nbsp;<b>ซึ่งถ้าบ้านไหนมีห้องน้ำขนาดเล็กก็อย่าเพิ่งกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้เราได้นำเอาแบบห้องน้ำขนาดเล็กมาฝากให้ได้ชมกันมากถึง 20 แบบ เผื่อคุณจะเก็บไว้เป็นไอเดียตกแต่งห้องน้ำให้จุใจ</b></span></div> <div style="color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma, Geneva, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 23px;">&nbsp;</div> <div style="color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma, Geneva, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 23px;"><span style="font-size: 9pt;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><span style="color: rgb(0, 0, 128);"><span style="font-size: 9pt;">&nbsp;</span><b>โดยแบบห้องน้ำขนาดเล็กในวันนี้ มีหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำโมเดิร์น ห้องน้ำวินเทจ อีกทั้งยังมีทั้งแบบฝักบัวอาบน้ำ&nbsp;</b>หรือบ้านไหนอยากมีอ่างอาบน้ำก็สามารถทำได้เช่นกัน เอาเป็นว่าเราลองไปดูแบบห้องน้ำขนาดเล็กเหล่านี้พร้อม ๆ กันเลยดีกว่าจ้า<br /> ขอนคุณรูปภาพจากกระปุก</span></div> Thu, 17 Sep 2015 11:57:00 +0700 วิธีทำความสะอาดห้องน้ำ http://alldreamsdecor.com/article/topic-59129.html <div>7 วิธีทำความสะอาดห้องนํ้าอย่างง่าย ๆ</div> <strong>การทำความสะอาดห้องน้ำอาจเป็นเรื่องที่ใครหลาย ๆ คนไม่ชอบ เพราะทั้งยุ่งยากแถมยังเสียเวลามากอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นห้องน้ำก็ยังเป็นห้องที่เราควรทำความสะอาดบ่อยที่สุดอยู่ดี</strong>&nbsp;เพราะเป็นห้องที่สกปรกได้ง่ายแถมเรายังต้องใช้ทุกวันอีกต่างหาก เราจึงควรทำความสะอาดห้องน้ำให้ถูกวิธีดังนี้ ..<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<strong>1. ห่วงแขวนผ้าในห้องน้ำ</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ห่วงที่ไว้ใช้แขวนพวกผ้าเช็ดมือในห้องน้ำนั้นสามารถทำความสะอาดให้้กลับมาดูเหมือนใหม่ได้ง่ายนิดเดียว โดยคุณเพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูพรมรอบ ๆ แล้วใช้แปรงขัดเท่านั้นก็เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากกลัวว่าน้ำส้มสายชูจะมีกลิ่นแรงเกินไป อาจเปลี่ยนมาใช้แชมพูแทนก็ได้เช่นกัน<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;2. ซักผ้าม่านเป็นประจำ</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ถ้าคุณทิ้งผ้าม่านพลาสติกไว้ในห้องน้ำโดยไม่ดูแลนาน ๆ รู้ตัวอีกทีก็อาจจะมีคราบสีดำซึ่งมาจากแบคทีเรียในห้องน้ำเกาะติดอยู่บนผ้าม่านที่เคยสวยของคุณแล้วก็ได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันก่อนที่ผ้าม่านจะเกิดคราบสกปรกนี้ให้เป็นอันตรายกับคนในบ้าน คุณก็ควรทำความสะอาดเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง ด้วยการนำใส่เครื่องซักผ้าตามปกติ นอกจากนี้อาจใส่ผ้าขนหนูสักผืนลงไปซักด้วยกันเพื่อขัดให้สะอาดขึ้นได้อีกด้วย<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;3. ใช้ผงล้างจานทำความสะอาดคราบสกปรก</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จะทิ้งคราบสกปรกในห้องน้ำของคุณไว้ให้รกหูรกตาทำไม ในเมื่อคุณสามารถทำความสะอาดมันได้ ซึ่งวิธีการก็ง่ายแสนง่าย โดยคุณเพียงแค่นำผงล้างจานใส่ลงในถ้วยกาแฟขนาดทั่วไป ประมาณ 1 ใน 4 ของถ้วย และผสมน้ำลงไปเล็กน้อยพอให้คนจนเป็นก้อนได้ จากนั้นจึงนำผงล้างจานที่คุณผสมไปป้ายตามคราบสกปรกและขัดเสียหน่อย และทิ้งไว้สัก 20 นาที สุดท้ายก็ใช้น้ำสะอาดล้างออก เท่านี้ก็จะทำให้คราบสกปรกหายไปหมดจนน่ามองขึ้นทันตาเห็นแล้ว<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;4. ประตูกระจกในตู้อาบน้ำ</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หากห้องน้ำของคุณเป็นแบบที่ใช้ตู้อาบน้ำแทนการใช้ผ้าม่านกั้นก็ควรหมั่นดูแลตู้กระจกให้ดีด้วย เพราะความอับชื้นในตู้จะทำให้ตู้อาบน้ำของคุณกลายเป็นแหล่งขยายตัวของเชื้อโรคได้ดีเลยทีเดียวคุณจึงควรหมั่นทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเช็ดแล้วทิ้งไว้สัก 2 - 3 นาที จากนั้นจึงใช้ลูกกลิ้งกวาดหยดน้ำส่วนเกินที่ติดอยู่ออก กระจกของคุณก็จะกลับมาสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้งได้ทันที<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;5. อย่าลืมทำความสะอาดหัวฝักบัว</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากกำจัดคราบสกปรกต่าง ๆ ในห้องน้ำแล้ว คุณก็ควรทำความสะอาดหัวฝักบัวด้วย โดยถอดหัวฝักบัวออกมาแช่น้ำส้มสายชูทิ้งไว้สักคืนก็พอแล้ว อย่างไรก็ตาม หากหัวฝักบัวที่คุณใช้ไม่สามารถถอดได้ อาจนำถุงใส่น้ำส้มสายชูมาครอบทับแล้วมัดให้แน่นเพื่อแช่ไว้แทนก็ได้ นอกจากนี้ หากต้องการขจัดเชื้อโรคให้สิ้นซากมากขึ้น หลังจากแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ว อาจนำไม้จิ้มฟันมาเขี่ยคราบสกปรกที่พอมองเห็นออกอีกชั้นด้วยก็ได้<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;6. กำจัดคราบปูนให้ถูกวิธี</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หากว่าในห้องน้ำของคุณมีคราบปูนติดอยู่ คุณก็สามารถกำจัดมันออกได้ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ฟอกขาวประมาณ 3 ใน 4 ถ้วยมาผสมน้ำ 1 แกลลอน แล้วนำไปพรมบนคราบปูนจากนั้นจึงขัดเบา ๆ และทิ้งไว้สักพักก่อนจะขัดอีกครั้ง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดเพื่อให้คราบปูนหลุดออกก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้ระหว่างทำควรสวมถุงมือและเครื่องป้องกันตาเพื่อไม่ให้โดนอันตรายจากสารเคมีด้วยนะคะ<br /> &nbsp;<br /> <strong>&nbsp;7. ทำควาามสะอาดฝ้าบนกระจก</strong><br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ความชื้นที่เกิดขึ้นก็มักจะทำให้กระจกของเราเกิดฝ้าติดไม่น่ามองอยู่เสมอ เราจึงควรกำจัดฝ้าเหล่านั้นหลังอาบน้ำ ด้วยการใช้ไดร์เป่าให้กลับมาแห้งอีกครั้งก่อนจะทิ้งไว้จนเป็นรอย หรือถ้าอยากให้สะอาดมากขึ้น อาจใช้แชมพูหรือครีมโกนหนวดผรมให้ทั่วแล้วจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดแทนก็ได้<br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;หลังจากรู้วิธีทำความสะอาดแล้ว ก็อย่าลืมขยันทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ห้องน้ำของคุณสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอด้วยนะคะ<br /> &nbsp; Wed, 16 Sep 2015 15:22:00 +0700 วิธีการเลือกจากุชชี่ให้เหมาะสม http://alldreamsdecor.com/article/topic-34741.html <table border="0" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 900px;"> <tbody> <tr> <td>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFF00;"><span style="font-size:16px;">วิธีการเลือกจากุชชี่ให้เหมาะสม</span></span><br /> <br /> <br /> <span style="color:#FFFF00;">ผ่อนคลาย และ รักษาด้วยจากุชชี่</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">จากุชชี่ ในสายตาของบางคน อาจเป็นของโก้เก๋ หรือของฟุ่มเพือย แต่ในความเป็นจริงแล้ว จากุชี่มีประโยชน์มาก จากการศึกษาด้านธาราบำบัด (Hydrotherapy) พบว่าการได้ลงแช่อ่าง ให้ความอบอุ่นของสายน้ำ รวมทั้งแรงดันของน้ำคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นจุดต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่ ฝ่าเท้า คอ และไหล่ ให้กระแสน้ำช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกเคร่งเครียด และช่วยให้จิตใจเย็นลง สงบขึ้น มีความสุขกับชีวิต ซึ่งจากการศึกษาของหลายสถาบัน พบว่า ความตึงเครียดเป็นต้นเหตุของหลายๆ โรคหากปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อย และกลายเป็นอาการเรื้อรัง </span><br /> <br /> <span style="color:#FFFF00;">การบำบัดในอ่างน้ำวน และ จากุชชี่ (Whirl pool and Jacuzzi treatment)</span><br /> <span style="color: rgb(255, 255, 255); line-height: 1.6em;">- การบำบัดในอ่างน้ำวนเป็นรูปแบบการใช้น้ำเชิงรับโดยการลงอาบแช่น้ำอุ่นใน อ่างน้ำวนที่มีหัวฉีดที่พ่นน้ำออกมานวดส่วนต่างๆของร่างกาย และมีเครื่องเป่าลมพ่นฟองอากาศออกมาผสมในน้ำด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับอ่างน้ำวนคือ 30-40 องศาเซลเซียส การแช่ในอ่างน้ำวนทำให้เกิดความผ่อนคลายเช่นเดียวกับการอาบแช่น้ำ กระแสน้ำและฟองอากาศที่สัมผัสส่วนต่างๆของร่างกายจะกระตุ้นประสาทสัมผัสที่ผิวหนัง และกดนวดเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังให้ลดการเกร็งตัว และมีการถ่ายเทไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองด้วย ในสถานพยาบาลใช้อ่างน้ำวนสำหรับการบำบัดรักษาโรคต่างๆและการบาดเจ็บ รวมทั้งใช้สำหรับรักษาบาดแผลที่มีการติดเชื้อด้วย</span><br /> <br /> <br /> <span style="color:#FFFF00;">ประโยชน์ของการใช้อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi)</span><br /> <span style="color: rgb(255, 255, 255); line-height: 1.6em;">1. ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">2. ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย คลายเครียด<br /> 3. ช่วยทำให้นอนหลับสลาย<br /> 4. ช่วยลูกค้าที่มีปัญหาโรคข้อ ทำให้อาการปวดดีขึ้น<br /> 5. ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น</span><br /> <br /> <br /> <span style="color:#FFFF00;">ข้อควรระวังของการใช้อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi)</span><br /> <span style="color: rgb(255, 255, 255); line-height: 1.6em;">1. ไม่ควรใช้อ่างจากุซซี่กับลูกค้าที่กำลังครรภ์</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">2. ไม่ควรใช้อ่างจากุซซี่กับลูกค้าที่เป็นเส้นเลือดขอด<br /> 3. ไม่ควรใช้อ่างจากุซซี่กับลูกค้าที่มีความไวต่อความร้อนของน้ำ </span><br /> <br /> <br /> <span style="color:#FFFFFF;">&#39;สุดท้ายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด คือกำลังทรัพย์ โดยมากแล้วอ่างจะถูกผลิตให้เลือกคือ อ่างรูปแบบพิมพ์เดียวกันราคาจะเริ่มที่หลักหมื่น แล้ะวราคาจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า เมื่อติดหัวฉีด 4-5 หัว และหลักแสนเสื่อมีสองระบบพร้อมหัวฉีดเต็มไปหมด วัสดุที่ใช้ก็จะคุณภาพดีกว่า มีอุปกรณ์เสิรมมากขึ้น แช่นหมอนรอง ราวจับ ถ้าต้องการระบบที่ดีพร้อมก็ต้องยอมจ่ายมากขขึ้น คุณภาพก็จะตามราคาไปด้วย&#39; คุณเอกวีร์สรุป</span><br /> <br /> <br /> <span style="color:#FFFFFF;">ทุกวันนี้ จึงกลายเป็นว่า อ่างไม่ได้มีไว้เพียงแค่อาบน้ำชำระร่างกายเท่านั้น แต่การได้แช่ในอ่างจากุชชี่ก็ไม่ต่างกับการได้รับของขวัญ หรือได้ขึ้นสวรรค์น้อยๆ นั่นเอง และจะดีแค่ไหน ถ้าเราสามรถสร้างสวรรค์ไว้ในบ้านเราได้</span></td> </tr> </tbody> </table> Mon, 13 May 2013 21:10:00 +0700 การเลือกเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ห้องน้ำให้เหมาะสมกับห้องน้ำของคุณ http://alldreamsdecor.com/article/topic-34740.html <table border="0" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 900px;"> <tbody> <tr> <td>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFF00;"><span style="font-size:16px;">การเลือกเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ห้องน้ำให้เหมาะสมกับห้องน้ำของคุณ</span></span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFFFF;">ห้องน้ำมีความสำคัญเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่เล็กหรือใหญ่ ยิ่งถ้าได้ตกแต่งสวยๆ มีเฟอร์นิเจอร์ในสไตส์ที่คุณพอใจแล้วล่ะก็ จะทำให้ห้องน้ำของคุณน่าเข้า&nbsp;และเป็นมุมหนึ่งที่สำคัญของบ้านที่คุณจะใช้พักผ่อนได้อย่างมีความสุขและสบายใจที่สุด แต่หากพื้นที่ห้องน้ำคุณไม่เอื้ออำนวยให้มีห้องน้ำในฝันล่ะ คุณจะแก้ปัญหาอย่างไร&nbsp;เรามีเคล็ดลับดีๆมานำเสนอให้คุณได้ลองนำไปใช้ดูดังนี้</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFFFF;">- การเลือกใช้ตู้เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง พร้อมอ่างล้างหน้า ที่ดูเรียบๆ ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งมาก เน้นให้ยาวออกไป ก็จะช่วย ให้ห้องน้ำคุณดูยาวมากขึ้น และยังได้เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ไม่ดูเกะกะ พร้อมเพิ่มความสวยหรูให้กับห้องน้ำ<br /> <br /> - กระจกบานใหญ่ ก็มีส่วนที่ทำให้ห้องน้ำขนาดเล็กดูกว้างมากขึ้น เพราะกระจกจะช่วยสะท้อนแสงและภาพ ช่วยสร้างความรู้สึกว่าห้องน้ำมีพื้นที่มากขึ้น ลดความรู้สึกอึดอัด&nbsp;( ลองสังเกต แบบห้องน้ำสวย ตามโรงแรม หรือรีสอร์ท ขนาดเล็ก ที่เข้าไปแล้วไม่รู้สึกอัดอัด จะพบว่าส่วนใหญ่จะใช้กระจกบานใหญ่ ทั้งนั้น)<br /> <br /> - เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีขาว หรือสีเทาอ่อน ก็จะช่วยได้มากขึ้น<br /> <br /> - ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้เล็กๆ หรือรูปภาพที่ติดตามผนัง ในมุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ อาจหาชั้นวางหนังสือเล็กๆ เก๋ๆ มาติดที่ผนัง &nbsp;เพิ่มความสมบูรณ์ให้ห้องน้ำคุณ ได้ใช้สอยและลงตัวที่สุด</span></td> </tr> </tbody> </table> &nbsp; <table border="0" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 900px;"> <tbody> <tr> <td>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFF00;">ห้องน้ำมีองค์ประกอบหลายอย่าง </span><span style="color:#FFFFFF;">สุขภัณฑ์ กระเบื้องปูพื้น ผนัง อ่างน้ำ อ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ส่วนใหญ่จะทำด้วยเซรามิค เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดคราบเหลือง ดูไม่สะอาด ไม่น่าใช้งาน เรามาดูวิธีการดูแลรักษาสุขภัณฑ์ให้สะอาด และน่าใช้งานกัน</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFFFF;">ขั้นตอนที่ 1<br /> ส่วนที่เป็นเซรามิค ได้แก่ กระเบื้องปูพื้น &ndash; ผนัง อ่างต่าง ๆ และโถสุขภัณฑ์ -ใช้น้ำยาล้างสุขภัณฑ์หรือผงขัด โดยใช้แผ่นวัสดุที่ไม่มีคมขัดถู ถ้ามีรอยเปื้อนที่เป็นคราบประเภทต่าง ๆ ให้ทำความสะอาดด้วยวิธีเหล่านี้&nbsp;คราบน้ำกระด้าง หรือคราบสบู่ ให้ใช้แอมโมเนียหรือน้ำส้มผสมน้ำในอัตราส่วน1:1เช็ดให้ทั่วหรือใช้น้ำยาล้างสุขภัณฑ์อย่างอ่อนๆแล้วทำให้แห้ง คราบสีให้ใช้ทินเนอร์ราดทิ้งไว้ขูดออกด้วยเหล็กขูดสี แล้วเช็ดให้สะอาด</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFFFF;">ขั้นตอนที่ 2<br /> ส่วนที่เป็นพลาสติก เช่น ฝารองนั่งใช้ผ้าชนิดอ่อนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานเช็ดถู ห้ามใช้น้ำยาล้างสุขภัณฑ์ ผงขัด หรือผงซักฟอก</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFFFF;">ขั้นตอนที่ 3<br /> ส่วนที่เป็นโครเมี่ยม เช่น ก็อกน้ำ ตะขอแขวนผ้า -ใช้ผ้าแห้งขัดด้วยยาขัดโครเมี่ยมหรือโลหะ หรือยาขัดเงารถ</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFFFF;">ขั้นตอนที่ 4<br /> ถ้าสุขภัณฑ์เปื้อนคราบสี หรือเศษปูนใช้เหล็กขูดสีขูดออก แล้วเช็ดด้วยทินเนอร์คราบน้ำมันเครื่อง น้ำมันพืชใช้โซเดียมคาร์บอเนต10%ผสมน้ำหรือใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ 5%เช็ดถูออกควรทำความสะอาด อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง</span></td> </tr> </tbody> </table> &nbsp; <table border="0" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 900px;"> <tbody> <tr> <td>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</td> <td><span style="color:#FFFF00;">ห้องสตีมรูม กับ ห้องซาวน่ามีประโยชน์ต่างกันตรงไหน </span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">ปัจจุบันการอบตัวเป็นที่นิยมมากในบ้านเรา เพราะนอกจากจะทำให้ได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้ว การอบซาวน่ายังช่วยเปิดรูขุมขน ทำให้ขับถ่ายสิ่งสกปรกที่ร่างกายไม่ต้องการ ทำให้ผิวพรรณสดใสและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งในสภาวะย่างเข้าหน้าหนาวอย่างนี้ ทำให้หนุ่มสาวตลอดจนทุกวัย จึงนิยมเข้าห้องอบซาวน่าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ลองมารู้จักเกร็ดน่ารู้บางอย่างเกี่ยวกับการอบตัว</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFFFF;">การอบตัว สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ<br /> 1. แบบอบแห้ง (ซาวน่า)<br /> 2. แบบอบเปียก หรืออบไอน้ำ (สตีม)<br /> ซึ่งการอบแบบไหนก็ให้คุณประโยชน์ที่เหมือนกัน</span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFF00;">ประโยชน์ของการอบซาวน่ามีดังนี้</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">1. ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากความเกร็งตึง หรืออาการเมื่อยล้าหลังจากทำงานหนัก หรือการออกกำลังกาย<br /> 2. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ความร้อนจะทำให้ผิวหนังและโครงสร้างของผิวหนังได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น<br /> 3. กระตุ้นระบบหายใจ ทำให้การหายใจสะดวกขึ้น ดีขึ้น เพราะน้ำที่ใส่ไว้รดก้อนหินนั้น มักจะมีส่วนผสมของพิมเสน การบูร และน้ำมันยูคาลิปตัส นอกจากนี้ไอน้ำใน Steam จะทำให้ลมหายใจมีน้ำมากขึ้น ช่วยทำให้ขับเสมหะและสิ่งสกปรกในหลอดลมได้ดี<br /> 4. ช่วยเปิดรูขุมขน ทำการขับถ่ายสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ในร่างกาย ในรูปของเหงื่อ<br /> 5. ช่วยรักษาสมดุลย์ความเป็นกรด-ด่าง ของผิวหนังที่อาจจะถูกทำลายจากแสงแดดหรือสารเคมี<br /> 6. กระตุ้นระบบประสาท ระบบฮอรโมนต่างๆ ในร่างกาย ทำให้มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังปรับกระบวนการทางเคมีของเซลล์ทั่วร่างกายให้ระบบเสริมสร้างและ ระบบย่อยสลายอาหารเข้าสู่สมดุลใหม่<br /> 7. ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย สบาย นอนหลับได้ง่าย<br /> 8. ช่วยทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่มและชุ่มชื้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำทรีทเม้นต์อย่างอื่นๆ เช่น การกรอผิว การนวดตัว การทาครีมบำรุง </span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFF00;">ขั้นตอนการอบซาวน่าและสตรีมที่ถูกต้อง</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">1. ก่อนเข้าห้องซาวน่าหรือสตรีม ควรจะอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมเข้าสู่การอบซาวน่าหรือสตรีม และเป็นชะล้างทำความสะอาดระดับหนึ่งก่อน<br /> 2. ถอดเครื่องประดับที่เป็นโลหะ ทอง เครื่องเงิน ออกก่อนเพราะเป็นตัวนำความร้อน อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้ได้<br /> 3. กระโจมอก สำหรับผู้หญิง หรือใช้ผ้าเช็ดตัวสำหรับผู้ชาย เป็นชุดที่ดีที่สุดกรณีที่อบซาวน่าหรือสตรีมในที่ส่วนรวม หรือจะถอดออกหมดก็ได้ (กรณีในที่ลับเฉพาะ) เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วร่างกาย และรูขุมขนเปิดทั่วๆ ไป<br /> 4. ไม่ทาครีมบำรุงผิวใดๆ ก่อนเข้าห้องอบซาวน่าหรือสตรีม เพราะเนื้อครีมจะเคลือบผิวหนังไว้ และปิดรูขุมขนทำให้การขับสิ่งสกปรกไม่ได้เต็มที่<br /> 5. สามารถใช้ครีมหมักผม ครีมบำรุงเส้นผมก่อนเข้าห้องอบซาวน่าหรือสตรีมได้ เพราะจะสามารถอบไอน้ำให้กับเส้นผมไปพร้อมๆ กัน<br /> 6. การอบตัว ควรใช้เวลาประมาณ 3-5 นาทีต่อครั้งไม่ควรเกิน 15 นาที แล้วควรออกจากห้องอบ เพื่อใช้ความเย็นช่วยปิดรูขุมขน เช่นอาจจะ ลงไปจุ่มตัวในสระน้ำเย็น 1-2 นาที หรือสระน้ำจากุ๊ซซี่ ที่อุณหภูมิ 13-18 องศาเซลเซียส ประมาณ 1-2 นาที แล้วค่อยเข้าไปอบตัวใหม่ ไม่ควรใช้น้ำเย็นเกินไป เพราะร่างกายจะปรับตัวลำบาก หรือถ้าใช้น้ำที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสจะไม่กระตุ้นเราอวัยวะภายในได้เต็มที่<br /> 7. หลังจากออกจากห้องอบตัว ควรอาบน้ำและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขน<br /> 8. ดื่มน้ำสะอาดทุกครั้งหลังจากการอบตัว เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่ต้องสูญเสียไปกับเหงื่อ </span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFF00;">ข้อควรระวังในการเข้าอบซาวน่า หรือสตรีม</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">1. ไม่แนะนำให้คนที่มีปัญหาโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เข้าอบตัว เนื่องจากจะทำใหัหัวใจทำงานมากกว่าปกติได้ ความดันโลหิตสูงขึ้น ทำให้เกิดเป็นลม หน้ามืด หมดสติได้<br /> 2. คนสูงอายุ หรือเด็กที่มีอายุน้อย ไม่ควรอบตัว อาบเหงื่อ เพราะสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอ<br /> 3. ไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำในการอบซาวน่าหรือสตรีม เพราะเส้นใยอีลาสติน เมื่อโดนความร้อน จะทำให้ยืดและหดตัวแห้งกรอบ และอาจจะใหม้ได้<br /> 4. การอบตัวนานกว่ากำหนด จะทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อ และน้ำมากเกินไป ทำให้เกิดอาการมึนศีรษะ เป็นลม ชัก และหมดสติได้<br /> 5. สตรีมีครรภ์ไม่ควรอบตัว เพราะมีงานวิจัยว่าทำให้เด็กในครรภ์จะน้ำหนักน้อยกว่าปกติ </span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFF00;">ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการอบซาวน่าหรือสตรีม</span><br /> <span style="color:#FFFFFF;">1. ความร้อนจากการอบซาวน่าหรือสตรีม ไม่ใช่วิธีการในการลดน้ำหนัก เพียงช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมฮอร์โมนต่างๆ ดังนั้นการที่อบตัวนานๆ ในตู้อบ ทำให้น้ำหนักลดได้ก็จริงจากการเสียน้ำ แต่เมื่อดื่มน้ำทดแทน น้ำหนักก็จะกลับมาเท่าเดิม<br /> 2. ความร้อนจากการอบตัว ไม่ได้ช่วยละลายไขมันสะสมในร่างกาย<br /> 3. การอบตัวโดยใช้ความร้อน และความเย็นสลับกันไปมา ไม่ได้ทำให้ร่างกายไม่สบายได้ ในประเทศเมืองหนาวบางประเทศ จะมีห้องอบตัว และห้องที่เปิดให้ความเย็นด้านนอกเข้ามาสลับกันด้วยซ้ำ </span></td> </tr> <tr> <td>&nbsp;</td> <td><br /> <span style="color:#FFFFFF;">เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่ โดยนพ.จรัสพล รินทระ<br /> ที่มา : http://www.clinicneo.co.th/detailcolumn.php?grp=2&amp;&amp;col_id=227</span></td> </tr> </tbody> </table> &nbsp; Sat, 11 May 2013 17:19:00 +0700